พิมพ์ภาษาไทยได้แล้วคับพี่น้อง March 21, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.add a comment
หลังจาก โง่ว์ มาหลายวัน กลุ่มใจที่หาพิมพ์ภาษาไทยได้ไม่
.. และแล้วก็เอาฟอนท์ไทยมาลง (TIS620) ตอนโหลดมายังเป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่เลย
จากนั้นก็ install คีย์บอร์ดภาษาไทย โดยการงมไปมั่ว ๆ กัึบภาษาญี่ปุ่น
โดยเข้าไปที่ control panel แบบระบบปฏิบัติการ vista (ภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ ไม่มีอังกฤษสักกะตัว)
แต่พอได้ลองจิ้มมาหลายวันเลยรู้ว่ามันอยู่ตรงไหนบ้าง ก็จิ้ม ๆ กันไป
อีกประการหนึ่งคำว่า ไทย ในระบบปฏิบัติการญี่ปุ่นมันก็เป็นภาษาญี่ปุ่น
เลยใช้ www.google.com/translate_t แปลคำว่า thai เป็นภาษาญี่ปุ่นซะ.. ซึ่งก็ได้มาว่า タイ ออกมา
แล้วก็ไล่หาดูว่าไอ้ตัวนี้มันอยู่ตรงไส เวลา install keyboard
พิมพ์ไทยได้!!! ฮู้แล่ ..
แค่ต้องพิมพ์สัมผัสเอาเท่านั้นเอง
ส่วนเวลาเปลี่ยนแป้น keyboard ก็กดตามที่ระบบปฏิบัติการตั้งไว้ เช่น ตอนนี้ใช้ Alt + Shift เป็นต้น
เอาหละ .. วันนี้พอแค่นี้ก่อน
ระดับความยากในการทำ .. ปานกลาง เกือบยาก และเกือบง่าย
20 มีนาคม วันหยุดของญี่ปุ่น (แต่วันไรก็ไม่รู้แฮะ) March 21, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.1 comment so far
หลังจากมาถึงประเทศที่เรียกในภาษาบ้านกระผมว่า ญี่ปุ่น แต่บ้านอื่นเรียกเจแปน เกือบสองสัปดาห์มาแล้ว .. ก็เพิ่งจะได้พิมพ์ภาษาของชาติตัวเองยาว ๆ ซะที
ดีใจชะมัดเลย ฮ่า ๆๆ
ก่อนอื่นขอเล่าย้อนหลังกลับไปประมาณเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อครั้นที่เครื่องบินลงจอด ณ ประเทศญี่ปุ่น
สิ่งที่รู้สึกก็คือ .. หูอื้อหว่ะ (เหมือนคราวที่นั่งจากขอนแก่นไปกทม. อย่างไรอย่างนั้น)
แล้วก็อื้ออยู่เป็นวันด้วย .. อาการประมาณว่า ถ้าหาวแล้วจะเจ็บแก้วหู อ้าปากกว้าง ๆ แล้วจะมีเสียงดังกรอบ ๆ ที่หู .. น่ากั๊วน่ากลัว
สายการบินที่พาข้าพเจ้ามาสู่จุดหมายประเทศญี่ปุ่นก็คือ Northwest Airline ซึ่งอันที่จริงจะไปลงยังซานฟานซิสโกแต่มาแวะจอด หรือ เวีย (via) ที่ญี่ปุ่นก่อน ประมาณว่าเกาะเค้ามายังไงหยั่งงั้นทีเดียว
สนนราคาค่าเครื่องบินไปกลับก็อยู่ที่ประมาณ 18 500 บาท ถูกโคตร..(โปรดอย่าอิจฉา)
เอาหละหลังเหยียบญี่ปุ่นแล้วก็ประเดิมด้วยการเข้าไปใช้บริการห้องน้ำของสนามบินนาริตะ .. ซึ่งไม่มีอะไรมาก แค่ไฮเทคอย่างที่หนังสือเที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เขียนไว้เท่านั้นเอง
จากนั้นก็ต้องต่อแถวเพื่อตรวจการเข้าประเทศ ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลในใบที่แอร์โฮสเตสแจกบนเครื่องบินให้เรียบร้อยก่อนยื่น
สำหรับใบที่ให้กรอกจะเป็นใบที่ถามว่าได้พกอาวุธ ยาเสพติด หรืออื่น ๆ ที่ห้ามไม่ให้นำเข้าไปหรือไม่ เคยถูกไม่ให้เข้าประเทศ หรือไม่ อะไรแนว ๆ นี้
(.. เออ ก็สงสัยว่าจะมีใครกรอกว่า มี บ้างมั้ยคับพี่น้อง ..)
นอกจากนั้นก็ต้องกรอกข้อมูลที่พัก วันที่กลับ จุดประสงค์ที่มาให้สมบูรณ์ (เค้าคงกลัวเราหลงทาง หรือไม่มีที่พักจริง ๆ นั่นแหละ)
ถ้ากรอกใบเรียบร้อย พูดคุยกะเค้ารู้เรื่อง ก็ผ่านสบายไร้กังวล (ของป๋มประมาณ 3 นาทีก็ผ่านฉลุย)
มีพี่คนนึงมีเยี่ยมน้องตัวเองที่ญี่ปุ่น แต่จำที่อยู่ของน้องไม่ได้ แล้วก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ .. (คนญึ่ปุ่นพูดอังกฤษฟังยากอยู่แล้ว) เลยถูกพาไปห้องสอบสวน (ชื่อน่ากลัวจริง ๆ) แต่ก็ไม่มีอะไรมาก(มั้ง-พอดีต้องรีบไปไปเช็คอินเข้าที่พัก เลยไม่ได้รอฟังผล)
ผ่านด่านแล้วก็มารับกระเป๋า (ขนมาม่า(เอามาทั้งโคตร) โจ๊ก อาหารไทย แล้วก็ใส่ ถุงนอนมาด้วย) กระเป๋าใบโคตรจะโต แล้วก็มีกระเป๋าน้อยอีก 2 ใบ .. หลังแทบหักหนักมั่ก ๆ .. ก๊าก ๆๆๆ
จากนั้นก็จะมีตรวจกระเป๋าทั้งหมดอีกรอบก่อนออกจากสนามบิน ..
เจ้าหน้าที่ก็เปิด .. โป๊ะ .. โอ๊ะ!!! มาม่า .. โจ๊ก … อาหารเต็มกระเป๋า
เค้าก็หัวเราะ เปิดดูเพียงกระตื๊ดเดียว (อาจเพราะใบที่กรอกบอกไปว่า to study)
แล้วก็ให้ผ่านไป ถ้าพกมะม่วง เงาะ ทุเรียน มาก็คงสบายไปแล้ว .. ไม่น่าเลย (อ้อ พวกน้ำพริก น้ำสลัด ถูกยึดไปก่อนมาญี่ปุ่น เพราะจริง ๆ เค้าห้ามหิ้วขึ้นเครื่อง .. แต่ให้โหลดใต้เครื่องแทน .. เอวัง เศร้าจริง ๆ)
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาขอให้ทุกท่านระลึกไว้ดังนี้
1. รถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่นบางสถานีอาจไม่มีลิฟหรือหาลิฟยาก
2. รถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่นบางสถานีมีเฉพาะทางขึ้น หรือทางลงบันใดเลื่อนเท่านั้น ตามเวลาทำงาน
3. ถ้าไปรถไฟใต้ดิน อาจจะต้องแบกกระเป๋าขึ้นลงบันไดที่ถูกหลายชั้น และต้องเดินนานมากกว่าจะไปถึงทางออกของสถานีรถไฟ (ต่างกับบ้านเราอย่างแรง)
4. นึกแล้วเมื่อยขึ้นมาทันทีเลย .. อ่า
เอาหละด้วยเหตุนี้จึงแนะนำให้ลองวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้
1. ขึ้นลีมูซีน (แต่แพงชะมัด ประมาณ 3000 เยน)
2. ขึ้นแท็กซี่ (แพงหนักยิ่งกว่าเก่า)
3. ฝึกยกน้ำหนักก่อนมา เพื่อเตรียมแบกกระเป๋า
4. ทำหน้าตาหน้าสงสาร ให้หนุ่มญี่ปุ่นแบกกระเป๋าให้
5. พยายามพักให้ใกล้สถานีที่เป็นพวก air terminal
6. พยายามหาทางขึ้น/ลง แบบบันใดเลื่อน หรือลิฟให้ได้ก่อนเดินออกไป เพราะบันใดรถใต้ดินญึ่ปุ่นไม่เคยปราณีใคร
7. หากระเป๋า 4 ล้อ ที่ลากง่าย ๆ หรือเตะให้กลิ้งลงบันใดได้
8. ถ้ามาถึงตอนเช้า บันใดรถไฟใต้ดินส่วนใหญ่จะลง .. ซึ่งต้องแบกกระเป๋าขึ้น แต่ถ้ามาถึงตอนเย็น บันใดส่วนใหญ่จะขึ้น ให้เตะกระเป๋าลง
9. นอนสนามบินไปก่อน รอมาม่าเริ่มหมด กระเป๋าเริ่มเบาแล้วค่อยออกไปหาที่พัก
เอาแค่นี้ก่อน .. ราตรีสวัสดิ์
3.00 ประเทศไทย
5.00 ญึ่ปุ่น