20 มีนาคม วันหยุดของญี่ปุ่น (แต่วันไรก็ไม่รู้แฮะ) March 21, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.trackback
หลังจากมาถึงประเทศที่เรียกในภาษาบ้านกระผมว่า ญี่ปุ่น แต่บ้านอื่นเรียกเจแปน เกือบสองสัปดาห์มาแล้ว .. ก็เพิ่งจะได้พิมพ์ภาษาของชาติตัวเองยาว ๆ ซะที
ดีใจชะมัดเลย ฮ่า ๆๆ
ก่อนอื่นขอเล่าย้อนหลังกลับไปประมาณเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อครั้นที่เครื่องบินลงจอด ณ ประเทศญี่ปุ่น
สิ่งที่รู้สึกก็คือ .. หูอื้อหว่ะ (เหมือนคราวที่นั่งจากขอนแก่นไปกทม. อย่างไรอย่างนั้น)
แล้วก็อื้ออยู่เป็นวันด้วย .. อาการประมาณว่า ถ้าหาวแล้วจะเจ็บแก้วหู อ้าปากกว้าง ๆ แล้วจะมีเสียงดังกรอบ ๆ ที่หู .. น่ากั๊วน่ากลัว
สายการบินที่พาข้าพเจ้ามาสู่จุดหมายประเทศญี่ปุ่นก็คือ Northwest Airline ซึ่งอันที่จริงจะไปลงยังซานฟานซิสโกแต่มาแวะจอด หรือ เวีย (via) ที่ญี่ปุ่นก่อน ประมาณว่าเกาะเค้ามายังไงหยั่งงั้นทีเดียว
สนนราคาค่าเครื่องบินไปกลับก็อยู่ที่ประมาณ 18 500 บาท ถูกโคตร..(โปรดอย่าอิจฉา)
เอาหละหลังเหยียบญี่ปุ่นแล้วก็ประเดิมด้วยการเข้าไปใช้บริการห้องน้ำของสนามบินนาริตะ .. ซึ่งไม่มีอะไรมาก แค่ไฮเทคอย่างที่หนังสือเที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เขียนไว้เท่านั้นเอง
จากนั้นก็ต้องต่อแถวเพื่อตรวจการเข้าประเทศ ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลในใบที่แอร์โฮสเตสแจกบนเครื่องบินให้เรียบร้อยก่อนยื่น
สำหรับใบที่ให้กรอกจะเป็นใบที่ถามว่าได้พกอาวุธ ยาเสพติด หรืออื่น ๆ ที่ห้ามไม่ให้นำเข้าไปหรือไม่ เคยถูกไม่ให้เข้าประเทศ หรือไม่ อะไรแนว ๆ นี้
(.. เออ ก็สงสัยว่าจะมีใครกรอกว่า มี บ้างมั้ยคับพี่น้อง ..)
นอกจากนั้นก็ต้องกรอกข้อมูลที่พัก วันที่กลับ จุดประสงค์ที่มาให้สมบูรณ์ (เค้าคงกลัวเราหลงทาง หรือไม่มีที่พักจริง ๆ นั่นแหละ)
ถ้ากรอกใบเรียบร้อย พูดคุยกะเค้ารู้เรื่อง ก็ผ่านสบายไร้กังวล (ของป๋มประมาณ 3 นาทีก็ผ่านฉลุย)
มีพี่คนนึงมีเยี่ยมน้องตัวเองที่ญี่ปุ่น แต่จำที่อยู่ของน้องไม่ได้ แล้วก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ .. (คนญึ่ปุ่นพูดอังกฤษฟังยากอยู่แล้ว) เลยถูกพาไปห้องสอบสวน (ชื่อน่ากลัวจริง ๆ) แต่ก็ไม่มีอะไรมาก(มั้ง-พอดีต้องรีบไปไปเช็คอินเข้าที่พัก เลยไม่ได้รอฟังผล)
ผ่านด่านแล้วก็มารับกระเป๋า (ขนมาม่า(เอามาทั้งโคตร) โจ๊ก อาหารไทย แล้วก็ใส่ ถุงนอนมาด้วย) กระเป๋าใบโคตรจะโต แล้วก็มีกระเป๋าน้อยอีก 2 ใบ .. หลังแทบหักหนักมั่ก ๆ .. ก๊าก ๆๆๆ
จากนั้นก็จะมีตรวจกระเป๋าทั้งหมดอีกรอบก่อนออกจากสนามบิน ..
เจ้าหน้าที่ก็เปิด .. โป๊ะ .. โอ๊ะ!!! มาม่า .. โจ๊ก … อาหารเต็มกระเป๋า
เค้าก็หัวเราะ เปิดดูเพียงกระตื๊ดเดียว (อาจเพราะใบที่กรอกบอกไปว่า to study)
แล้วก็ให้ผ่านไป ถ้าพกมะม่วง เงาะ ทุเรียน มาก็คงสบายไปแล้ว .. ไม่น่าเลย (อ้อ พวกน้ำพริก น้ำสลัด ถูกยึดไปก่อนมาญี่ปุ่น เพราะจริง ๆ เค้าห้ามหิ้วขึ้นเครื่อง .. แต่ให้โหลดใต้เครื่องแทน .. เอวัง เศร้าจริง ๆ)
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาขอให้ทุกท่านระลึกไว้ดังนี้
1. รถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่นบางสถานีอาจไม่มีลิฟหรือหาลิฟยาก
2. รถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่นบางสถานีมีเฉพาะทางขึ้น หรือทางลงบันใดเลื่อนเท่านั้น ตามเวลาทำงาน
3. ถ้าไปรถไฟใต้ดิน อาจจะต้องแบกกระเป๋าขึ้นลงบันไดที่ถูกหลายชั้น และต้องเดินนานมากกว่าจะไปถึงทางออกของสถานีรถไฟ (ต่างกับบ้านเราอย่างแรง)
4. นึกแล้วเมื่อยขึ้นมาทันทีเลย .. อ่า
เอาหละด้วยเหตุนี้จึงแนะนำให้ลองวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้
1. ขึ้นลีมูซีน (แต่แพงชะมัด ประมาณ 3000 เยน)
2. ขึ้นแท็กซี่ (แพงหนักยิ่งกว่าเก่า)
3. ฝึกยกน้ำหนักก่อนมา เพื่อเตรียมแบกกระเป๋า
4. ทำหน้าตาหน้าสงสาร ให้หนุ่มญี่ปุ่นแบกกระเป๋าให้
5. พยายามพักให้ใกล้สถานีที่เป็นพวก air terminal
6. พยายามหาทางขึ้น/ลง แบบบันใดเลื่อน หรือลิฟให้ได้ก่อนเดินออกไป เพราะบันใดรถใต้ดินญึ่ปุ่นไม่เคยปราณีใคร
7. หากระเป๋า 4 ล้อ ที่ลากง่าย ๆ หรือเตะให้กลิ้งลงบันใดได้
8. ถ้ามาถึงตอนเช้า บันใดรถไฟใต้ดินส่วนใหญ่จะลง .. ซึ่งต้องแบกกระเป๋าขึ้น แต่ถ้ามาถึงตอนเย็น บันใดส่วนใหญ่จะขึ้น ให้เตะกระเป๋าลง
9. นอนสนามบินไปก่อน รอมาม่าเริ่มหมด กระเป๋าเริ่มเบาแล้วค่อยออกไปหาที่พัก
เอาแค่นี้ก่อน .. ราตรีสวัสดิ์
3.00 ประเทศไทย
5.00 ญึ่ปุ่น
คุณพ่อเป็นคนญี่ปุ่นพอดีเด๋วจะไปถามคุณพ่อให้นะค่ะว่าวันที่ 20 มี.ค.หยุดทำไม