เรื่องของบัตร October 1, 2008
Posted by 9pass in อนึ่ง...add a comment
เรื่องของบัตร
บัตรที่ว่าได้แก่บัตรพนักงาน และบัตรสมาชิก
หาก search หาจะเห็นว่ามีหลายเว็บไซด์ที่รับทำบัตรประเภทต่าง ๆ
บัตรพนักงานจะมีหลายรูปแบบเช่น แบบที่ปรินท์จากเครื่องอิงค์เจ็ทซึ่งมีราคาถูก และแบบที่พิมพ์กับบัตร PVC จะมีราคาแพงขึ้นมาหน่อย
แต่ก็ทนทานแต่สวยกว่า โดยราคาบัตรก็แน่นอนต้องขึ้นอยู่กับปริมาณที่สั่ง ถ้าสั่งมากราคาต่อใบก็ถูกลงมาก
ราคาบัตรพนักงานแบบ PVC ความหนาเท่าบัตร ATM ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 50-55 บาทเมื่อสั่ง 50-100 ใบ ซึ่งบางที่อาจมีพิมพ์สีด้านหลังด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเลือกร้านที่ให้เราพิมพ์ใบต่อไปได้ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ พร้อมราคาเท่าเดิมหรือแพงกว่าเดิมไม่มากนัก
ส่วนบัตรสมาชิก ปัจจุบันจะมีความหนาอยู่ 3 ขนาดได้แก่ 0.3, 0.5 และ 0.76 มม. แต่ในส่วนตัวมีความเห็นว่าควรใช้บัตรขนาด 0.5 มม. น่าจะเป็นขนาดที่เหมาะสมและน่าพกใส่กระเป๋าตังมากกว่าขนาด 0.76 ที่ดูหนาเกินไป .. และอาจเพิ่มความไฮโซให้แก่บัตรโดยใช้เนื้อแบบมุกพิมพ์แทนบัตรแบบธรรมดา (แต่ก็ต้องระวังบัตรบางสีที่ใช้เนื้อมุกแล้วดูเห่ยแทน)
อย่างไรก็ตามไม่ควรเล่นสีดำในส่วนที่ไม่ใช่ตัวอักษร หรือถ้าเล่นก็ต้องแน่ใจว่าร้านที่ทำบัตรให้พิมพ์สีดำใส่บัตรได้เนียนพอสมควร เพราะจะเห็นหลายที่ที่พิมพ์สีดำทับเข้าไปทีหลังทำให้ดูไม่สวยและแยกเนื้อออกมาจากสีอื่น ๆ
นอกจากนี้การเลือกสายคล้องบัตรก็จำเป็น เพราะเนื้อผ้าและขนาดของสายคล้องบัตรก็สำคัญต่อรูปลักษณ์ขององค์กรเช่นกัน
การออกแบบบัตร ก็ควรเป็นแบบเรียบ ๆ แต่ดูโก้เก๋
กลยุทธ์การเจาะตลาดต่างประเทศเชิงปฏิบัติ รุ่นที่ 7 :14-15 มิ.ย.51 May 13, 2008
Posted by 9pass in หลักสูตร อบรม ทุน.add a comment
กลยุทธ์การเจาะตลาดต่างประเทศเชิงปฏิบัติ รุ่นที่ 7 :14-15 มิ.ย.51
กลยุทธ์ การเจาะตลาดต่างประเทศเชิงปฏิบัติ
International Marketing Penetration Strategy : Practical Approach
รุ่นที่ 7 : 14-15 มิถุนายน 2551
การฝึกอบรมโดยบรรยายควบคู่ไปกับการเล่น Simulation Game
และการบรรยายแบบโต้ตอบ 2 ทาง ( Interactive Lecture )
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจการเจาะตลาดต่างประเทศอย่างชัดแจ้ง (more…)
หลักสูตร Mini MBA.Logistics and Supply Chain รุ่นที่ 3 May 13, 2008
Posted by 9pass in หลักสูตร อบรม ทุน.1 comment so far
หลักสูตร Mini MBA.Logistics and Supply Chain รุ่นที่ 3
เปิดอบรม 7 มิ.ย. 51 (โปรโมชั่นเดิม สำหรับผู้ลงทะเบียนก่อน 10 ท่านแรก รับส่วนลด 10% )
หลักสูตร Mini MBA (Logistics and Supply Chain Management)
เป็นหลักสูตรมาตรฐานในการพัฒนาบุคลากรที่ทำงานในด้านโลจิสติกส์จะได้เรียนรู้ถึงพื้นฐานในการสร้างแนวทางการจัดการและการดำเนินการทางธุรกิจได้อย่างถูกต้องและครบวงจร รวมทั้งการเข้าถึงหัวใจสำคัญทางการค้าด้วยโลจิสติกส์และการจัดการซัพพลายเชน และการเรียนรู้เกี่ยวกับการขนส่ง รูปแบบต่างๆ เพื่อให้การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถแข่งขันในการดำเนินการค้าระหว่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น สถาบันโลจิสติกส์แห่งเอเชีย (Asian Institute of Logistics : AIL ) ได้ร่วมกับ สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Thai International Freight Forwarders Association : TIFFA) โดย โรงเรียนธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ (International Transport & Business School : ITBS) จัดหลักสูตรดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านโลจิสติกส์ให้ได้รับความรู้ ศาสตร์และศิลป์ด้านโลจิสติกส์ และการจัดการซัพพลายเชนสมัยใหม่ อีกทั้งสามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์จากกรณีศึกษา และนำเอาประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้งานในองค์กรให้มีศักยภาพสูงขึ้น (more…)
… ช่วงเวลา … April 21, 2008
Posted by 9pass in อนึ่ง...1 comment so far
ผม search หาคำว่า “โตเป็นผู้ใหญ่” เพราะอยากรู้ว่า คนอื่นเค้าโตเป็นผู้ใหญ่กันยังไง
ผมถามเพื่อนหลาย ๆ คนใน msn ว่า “พวกแกโตเป็นผู้ใหญ่กันยังว่ะ”
และ “ยัง” ก็เป็นคำตอบที่ผมได้รับ
สำหรับต้นไม้ .. ผมพบว่า พวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่ ก็เมื่อเขาโตเต็มวัยพร้อมผสมพันธุ์
แต่สำหรับคน เราต่างรู้กันดีว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น คงไม่ต้องให้พูดต่อว่าคนเราพร้อมผสมพันธุ์กันเมื่อไหร่ (เพราะผมก็จำไม่ได้)
ตอนผมอยู่ปีหนึ่งผมรู้สึกว่าพี่ปี 3 ปี 4 ที่สโมสรนักศึกษา ฯ ช่างดูเป็นผู้ใหญ่เหลือเกิน
และผมหวังว่าผมจะเป็นเช่นนั้นในสักวัน
แต่เมื่อผมเติบโตไปปีสอง ปีสาม ปีสี่ จบออกมาทำงานแล้ว เรียนต่ออีกรอบแล้ว ผมก็ไม่รู้สึกว่าผมได้โตเป็นผู้ใหญ่
ผมเติบโต .. แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นผู้ใหญ่
ถึงอย่างไรเพื่อน ๆ ที่ต่างเติบโตตามกันมาพร้อมผม ก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มที่นัก แม้จะแต่งงานไปบ้างแล้ว
หรือแม้กระทั่งรุ่นพี่ที่ผมเคยคิดว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ ก็อาจไม่ได้เป็นผู้ใหญ่มากอย่างที่ผมเคยคิด
ยังไม่มีใครก้าวนำใครมากนัก ..
คำถามทั้งหมดทั้งมวลของผม ก็เพื่อทบทวนตัวเอง ถึงสิ่งที่ผมต้องทำ
เพราะผมจำเป็นต้องก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
แน่นอนว่าแทบทุกคนก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ (ถ้าคุณยอมโต)
แต่ ณ วันเวลาที่ผมต้องตัดสินใจ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่นั้น
ผมพบว่ามันน่าเศร้า และดูเงียบเหงา
ผมจึงยังไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างมั่นคง
ผมเป็นคนประเภทคิดคล้ายผู้ใหญ่ แต่นิสัยคล้ายเด็ก
ดังนั้นการที่ผมจะเป็นผู้ใหญ่ ผมอาจจะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดมากนัก
แต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างใหญ่หลวง
นั่นทำให้ผมรู้สึกเศร้า
เหมือนกับการลาจากตัวตนเสี้ยวหนึ่งที่เคยคบหามานาน
แม้จะเศร้า แต่ก็ต้องเติบโต ..
หาไม่แล้ว ผมคงจะต้องเสียสิ่งที่สำคัญกว่าแค่ตัวตนของผมไป!
คู่มือเตรียมตัวเพื่อการอยู่ญี่ปุ่นเกิน 1 เดือน (ในฤดูหนาว) April 2, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.1 comment so far
1. เตรียมครีมทาผิว ไว้ทาผิวหลังอาบน้ำเสร็จทันที ไม่งั้นผิวจะแห้งแตกภายใน 1-2 สัปดาห์
2. เตรียมครีมทามือ หลังล้างมือทุกครั้ง ไม่งั้นมือจะแตกแดงภายใน 2 สัปดาห์
3. เตรียมครีมไว้ทาหน้า หลังล้างหน้าทันที ไม่เช่นนั้นหน้าจะลอก หรือแพ้ ได้เช่นกัน
4. ซื้อที่กรองน้ำ กรณีที่ที่พักไม่มีที่กรองน้ำให้ เนื่องจากที่ญี่ปุ่นไม่มีตู้หยอดเหรียญกดน้ำให้ และน้ำก็แพงและหายากมาก ๆ ขวดละประมาณ 100 yen ขึ้นไป ปัจจุบัน (เดือนเมษายน ปี 2551) เครื่องกรองน้ำของยี่ห้อ National จะค่อนข้างถูกสุด อยู่ที่ 3000 yen นิด ๆ ใช้กรองน้ำได้ 10 ลิตร จำนวน 90 วัน หรือ 3 เดือน จากนั้นก็ให้เปลี่ยนใส้กรองใหม่ราคาประมาณ 1000 yen ในอีก 3 เดือนข้างหน้า …
5. กรณีมาใหม่ ๆ และต้องเดินทางหาที่พัก หรือไม่รู้จุดหมายที่แน่นอน ให้เตรียมรองเท้าผ้าใบที่ใส่เดินสบาย และผ้ายืดรัดน่อง เพราะหนทางข้างหน้าไม่แน่นอน .. อาจจะต้องเดินจากขาโป่งก็เป็นได้ … แต่หลังจากชินแล้วก็จะดีเอง
6. กรณีอยู่เกิน 3 เดือน ให้เตรียมรูปขนาด 3.5 x 4.5 ซ.ม. เพื่อไปทำบัตรเอเลี่ยนการ์ด .. แต่อย่างไรก็ตามสามารถไปถ่ายตามตู้ที่ตั้งไว้ในรถไฟใต้ดินได้เหมือนกัน ราคาค่าถ่าย 6 รูป (1 ใบ) อยู่ที่ 500 – 1000 yen ยังไงก็ตามควรแต่งหน้าทำผมก่อนลงมือถ่าย บางตู้จะสามารถถ่ายใหม่ได้หลายครั้ง บางตู้จะถ่ายใหม่ได้แค่ 2 ครั้ง และตู้ที่ใกล้สำนักงานเขตที่ต้องไปทำเอเลี่ยนการ์ดจะแพงกว่าตู้ทั่ว ๆ ไป ที่สำคัญตู้ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ก็พอเดาได้ไม่ยากนัก
to be continue…
Summary ทักษะการเป็นที่ปรึกษา (Internal Consultant-IC) April 1, 2008
Posted by 9pass in Summary.add a comment
Internal Consultant (IC) (ที่ปรึกษาภายในองค์กร) ต่างจาก External Consultant (ซึ่งถูกจ้างให้เป็นที่ปรึกษา) ตรงที่จะต้องรู้ลึกถึงกระบวนการ และสามารถนำความคิดออกไปสู่การปฏิบัติได้
คุณสมบัติสำคัญ 3 ประการที่ IC จะต้องมีก็คือ
1. Technical Skills คือรู้จริงในสิ่งที่ให้คำปรึกษาอยู่ ดังนั้น IC จึงต้อง update ตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป๋นการอ่านหนังสือ การเข้าสัมมนา เป็นสมาชิกชมรม ฯลฯ เพราะความคาดหวังแรกของลูกค้าที่มีกับ IC ก็คือ “ต้องรู้มากกว่าเขา”
2. Interpersonal Skills คือทักษะในการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น สร้างความไว้ใจ (Trust) และความเชื่อถือ (Credibility) ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นเรื่องที่จะทำให้โครงการของเราสำเร็จหรือไม่ ถ้าหากลูกค้าไม่เชื่อเราแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะผลักดันให้โครงการใดๆ สำเร็จได้
3. Consulting Skills คือทักษะในการให้คำปรึกษา และการใช้กระบวนการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ
Bye Bye Pei March 29, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.add a comment
เนื่องจากน้องที่บ้านพัก นามว่าเฟ (Pei) ย้ายออก เลยมีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย
Because of Pei, the younger chenese friend at my place had to move out; we would take the photo together on March 28th.

เรียงตามรูป ได้แก่ คุณพี่ด็อง (ทำไมรูปถ่ายตาตี่ชะมัดเลยฟร่ะ) คุณน้องไมล์ส (น้องของไมล์สเป็นดาราด้วย) และ คุณน้องเฟ ที่ย้ายออก
This pic composes of K.P’Dong (why his eye look small in this pic pha~), K.Nong Miles (His one brother is an actor) and K.Nong Pei (who was moving out), respectively
คนอื่น ๆ หายไปไหน!!! ทะมายถ่ายกันอยู่แค่นี้ … คนอื่น ๆ ยังไม่กลับมาหนะสิ และจริง ๆ มันก็ทีอยู่แค่ 5-6 คน เท่านั้นแหละ
And where are other people?
Actaully, we have only 5-6 people in this place and other people hadn’t been here at that time.
น้องเฟไม่อยู่และ .. คิดถึงชะมัดเลย ปกติป๋มจะทำงานอยู่บริเวณนี้แหละ แล้วน้องเฟ น้องไมล์ส และเจ๊โมนิก้า ก็จะออกมาเข้าห้องน้ำหรือหาของกินกันเป็นประจำ โดยเฉพาะน้องเฟเป็นขาประจำเข้าห้องน้ำทีเดียว … มันไม่อยู่แล้วเหมือนวงจรคนเปิดประตูมาทักทายหายไป .. ฮ่า
Nong Pei ‘ve already left. I used to say hello with Pei at night when I was working on the living room and he wanted to use our rest room. I also say Hi with Miles and Monica but saying with Pei is more usual. After he left, my night life is more silent a bit from before.
ขอให้โชคดีคับน้อง
Good Luck Nong Pei.
ไข่ กับ ไก่ (Egg and Chicken) March 29, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.add a comment
ไข่ที่โตเกียวนี่ก็แพงใช่ย่อย แพ็กนึง 10 ฟองก็ปาไปสองร้อยกว่าเยน (เจ็ดสิบกว่าบาท) เฉลี่ยแล้วฟองละเกือบ 7 บาท ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับร้านที่ซื้อด้วย ตัวอย่างเช่น ไข่จาก supermarket ราคาประมาณแผงละ 250 เยน ก็ถือว่า่แพงทีเดียว แต่หากไปซื้อไข่ตามร้านขายผักจะอยู่ที่ประมาณร้อยห้าสิบเยน หรือสี่สิบกว่าบาทซึ่งพอ ๆ กับบ้านเรา ส่วนเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่จะค่อนข้างแพงขีดละเป็นร้อย (เยน) … ถ้าเป็นไปได้ควรไปซื้อที่ตลาดเลยจะถูกกว่า ขีดละไม่เกินร้อย (เยน) ด้วยเหตุอันนี้จึงดั้งค้นไปซื้อเนื้อหมู และเนื้อไก่จากตลาดที่อุเอโนะ เพราะได้ปริมาณมากกว่าในราคาเท่ากัน เย้!!
Egg price in Tokyo is a bit expensive. 10 eggs cost around 250 yen (60-70 baht). Averaging only one egg is around 7 baht.. but It depends on the shop we can find and buy. For example, a pack of egg from some supermarket will cost us only 250 yen, It’s a little expensive but if you buy eggs from the vegetable shop, It will cost around 150 yen. For any meat; please buy them from the market, It will be cheaper.
สำหรับครื่องปรุง ของสดที่ใช้ทำอาหารไทย .. ไม่ว่ายังไงก็แพงกว่าราคาที่ไทยเกือบ 3-4 เท่าทั้งน้าน.. (ก็เค้าขนผ่านเครื่องบินมาชะม่ะ?) อยากกินอาหารไทยก็อดใจรอกลับไปกินที่บ้านดีกว่าคับ
Anywhere, for Thai condiment, the price alway costs 3-4 times from thai price.. (may because of airplane fee). If I want to eat thai foods, I will have to wait until I be back to thailand .. I guess that.. ha ha ha
ปิดท้ายด้วยเมนูไข่กับไก่
Finish with Egg and Chicken menu. (Please see the picture in below.. I’m too lazy to describe them… ho ho ho… very sleepy now.. because I waked up at 1 a.m. today =_=)

ไข่ตุ๋นตามรูปนี้ กำเนิดจากการที่บ้านพักไม่มีซึ้งนึ่ง เลยจัดการตอกไข่ใส่จานเติมซอสปรุงรสและน้ำลงในไข่พอประมาณ วางในหม้อธรรมดาที่ใส่น้ำเตรียมไว้แล้ว เปิดไฟเตาแก๊ส แล้วก็หาจานมาปิดปากหม้อแง้มไว้สักเล็กน้อย รอจนดูท่าทางเหลืองอร่าม ก็กินได้ หมายเหตุ เพิ่งรู้ว่าถ้าใช้ไอ้ที่ตีไข่ (ฝรั่งเรียก whisk) มาตีไข่ (ฝรั่งเรียกการกระทำนี้ว่า whisk เช่นกัน) จะทำให้ไข่ออกมาสวยงามไม่มีฟองอากาศ โอ้ว .. (โง่นิหว่าเรา)

รายการต่อไปอันนี้เป็นซุปไก่สูตรที่บิดาเคยทำให้รับประทานเมื่อครั้นยังอยู่ที่บ้าน (ที่บ้านมีซุปไก่สองสูตร คือ สูตรบิดา กับ สูตรมารดา ซึ่งต่างกันที่ความเข้มข้น) สูตรที่ลอกเลียนบิดามาดังกล่าวไม่รู้ว่ามั่วนิ่มรึเปล่า แค่จำได้เลา ๆ ว่าให้ใช้น้ำน้อย ๆ มาต้มไก่ที่หมักไว้แล้ว จากนั้นนำมะเขือเทศผ่าครึ่งไปต้มรวมกัน บี้มะเขือเทศเล็ก ๆ ให้เข้าไปรวมกับน้ำ ต้มไปพร้อม ๆ กับมันฝรั่ง และแครอท (จริง ๆ ต้องมีหัวหอมด้วย แต่ไม่ได้ซื้อมา) ใช้ไฟปานกลาง ปรุงนิดหน่อยด้วยซีอิ้วขาวสูตรญี่ปุ่น … แล้วก็ต้มไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันและแครอท เริ่มนิ่ม .. เสร็จสรรพก็กินได้ทันที สำหรับซุปไก่แครอทมันฝรั่งอันนี้ ก็ทำไว้กินได้ 2 มื้อ (ไก่ 5 ขา) … แต่ไอ้รูปที่เอามาโชว์มันถูกกินไปแล้วเมื่อตอนมื้อกลางวัน
จบแล้วราตรีสวัสดิ์
Bye Bye .. Have a good meals!!
Farewell and Welcome party Wed 19th March March 21, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.add a comment
เนื่องจากที่ Lab ของ Prof. คิตาโมโตะ มีคนจบโปรเจ็คออกไป (ชาวญี่ปุ่น 2 คน) กับมีคนเข้ามาใหม่ (กระผม เพื่อนชาวจีน และเพื่อนชาวบราซิล) ทาง Prof. จึงถือโอกาสจัดเลี้ยงไปพร้อม ๆ กันทีเดียว
หลังจากจบ Meeting ของ Lab DSP (Digital Silk Road Project ~ มั้ง ถ้าจำไม่ผิด ส่วนตัวกระผมอยู่แล็บที่เกี่ยวกับภาพถ่ายดาวเทียมของพายุใต้ฝุ่น) ก็นัดเจอกันเวลาประมาณ 17.45 น. (ที่ประเทศญี่ปุ่น) โดยมีผู้ร่วมเดินทางราว ๆ 11 ท่าน
หลังรวมตัวกันครบแล้วก็พากันสาวเท้ามุ่งไปยังร้าน 炉端焼 BECO SHNIN ซึ่งไม่ไกลจาก NII ที่กระผมทำงานอยู่นัก (ทางออก A6-A8 สถานี Jimbocho)
มาดูบรรยากาศในร้านกันสักหน่อย

หลังจากเช็ดมือกันได้ไม่กี่อึดใจ อาหารก็เริ่มทะยอยมาเรื่อย ๆ .. เริ่มต้นที่ปลาดิบ .. ต่อมาด้วยปลาดิบ .. และก็ปลาดิบ จากนั้นก็เป็นบาบีคิวเนื้อเสียบไม้ เรียงตามมาด้วยเนื้ออีก 2 ชุด!?
อาหารการกินของกระผม (Meals) March 21, 2008
Posted by 9pass in เรื่องเล่า Tokyo.add a comment

อันแรกขอประเดิมด้วยช็อคโกแลตราคา 88 เยน .. ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 28 บาท ปกติขายอยู่ที่ 7-11 ที่บ้านกระผม มันมากกว่า 30 บาท .. กระผมเลยกวาดมา 2 แท่งเหนาะ ๆ
Firstly, the chocolate, their price is only 88 yen .. if you change the price to thai baht, It will be around 28 baht. And normally, the 7-11 at my country costs one more than 30 baht .. well I was glad to take 2 bars of them.

อันนี้เป็นข้าวกล่องเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (ซื้อกล่องข้าวมาจาก muji) ทำไว้กิน 2 มื้อ กลางวันเย็น .. แต่เย็นไม่อิ่มอะ ต้องต้มข้าวต้มกินกะหมูหยอง .. เอิ๊ก กว่าจะอิ่ม
This is my rice box (I don’t know this word in English but I translate it from Thai). I bought it from Muji and This is my lunch on Wednesday. (more…)